ตำรวจศรีราชาผลงานเยี่ยม ล่อซื้อยาบ้าได้คาวัด

เมื่อวันที่ 2 ที่ผ่านตำรวจภูธร อำเถอศรีราชา จังหวัดชลบุรีได้วางแผนล่อซื้อยาเสพติดและสามารถบุกจับได้ภายในวัดดังแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี

007

สืบเนื่องจากมีการล่อซื้อยาเสพติดจากพระลูกวัดดังกล่าว และพระลูกวัดให้การซักทอดว่าได้ซื้อยาเสพติด ที่ตรวจสารเสพติด มาจากคนดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขยายผล และวางแผนจับกุมขึ้น โดยให้พระคนดังกล่าวโทรหาผู้ต้องหาให้มาส่งยาที่วัดดังกล่าว หลังจากนั้นไม่นานก็มีรถเก๋งมิซูมิชิ สีบรอนเงิน ติดฟีมล์ดำรอบคัน  ทำทีขับรถวนไปวนมาหลายรอบ หลังจากนั้นทางตำรวจจึงแสดงตัวเพื่อเข้าจับกุม โดยขับรถเข้าประกบ ด้านหน้า ด้านซ้ายและขวา เพื่อแสดงตัวเข้าจับกุม

แต่คนร้ายยังขัดขืนไม่ยอมให้จับกุมโดยง่าย มีการพยายามขับรถเพื่อที่จะฝ่าวงล้อมตำรวจ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยิงยางรถยนต์ทั้ง 3 ล้อเพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาขับรถหนีออกไปได้ ในที่สุดคนร้ายก็ยอมจำนน มอบตัวโดยทันที

008

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นรถคันดังกล่าว ได้พบภรรยา ผู้ต้องหากำลังอุ้มลูกน้อยอยู่เบาะหน้ารถ และด้านล่างพื้นรถยนต์ได้พบยาบ้ากับยาไอซ์จำนวนหนึ่งตกอยู่ จึงทำการยึดและนำตัวมาสอบปากคำที่โรงพัก ศรีราชา

009

ผู้ต้องหาให้การว่าตนเองพึ่งออกจากคุกโดยก่อนหน้านี้โดนจำคุกคดี ที่ตรวจยาเสพติด และตอนนี้ยังไม่มีงานทำ ไปสมัครงานมาหลายที่แต่เขาก็ไม่รับเข้าทำงานจึงหันกลับเข้ามาวงจรยาเสพติดอีกครั้ง

เพื่อหาเงินเลี้ยงปากท้อง และแถมยังมีลูกน้อยยังเล็กตนเองจึงจำเป็นต้องการใช้เงินจำนวนมากจึงหันกลับมาขายยาเสพติดอีกครัง ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปสอบปากคำเพื่อขยายผล และนำไปสู่การจับผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ต่อไป

010

 

ปปส ภาค5 ผลงานเยี่ยมยึดทรัพย์คดี ยาเสพติด มูลค่ากว่า 400 ล้าน

 

004

สำนักงานปราบปรามยาเสพติด ปปส ภาค 5 จ. เชียงใหม่ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดใหญ่ของภาคเหนือ หมื่นจะดา เอเย่นต์ใหญ่ที่รับยาเสพติดมาจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ลงสู่ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งยึดทรัพย์สินจำนวนมากหลายรายการ อีกทั้งยังโยงไปถึงขบวนการฟอกเงินหลากหลายธุรกิจ รวมทรัพย์สินทั้งสินเป็นเงิน 400 ล้านบาท

ตรวจค้นยาเสพติด

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลารวมรวมพยานหลักฐานใช้เวลามากกว่า2 ปี จึงได้เร่มต้นจากการตรวจค้นสถานประกอบการบันเทิง ใจกลางเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อมีการตรวจพบว่าเจ้าของสถานประกอบการดังกว่ามีพฤติกรรมที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มเคลือข่ายยาเสพติดใหญ่ชื่อ หมื่จะดา ซึ่งเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่อีกทั้งเป็นขบวนการขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทย

ในที่สุดตำรวจได้ออกหมายจับเจ้าของกิจการดังกล่าวในข้อหาสมคบกันกระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด ที่ตรวจสารเสพติด แต่เข้าตัวยังให้การปฎิเสทและให้การว่าไม่รู้เรื่อง

ตรวจยาเสพติด

ในเช้าวันที่ 30 ก.ค. 2559 ผู้ต้องหาได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและได้นำตวมาค้นในห้องพัก ชั้น 3 คอนโดมิเนี่ยมหรู ใจกลางจังหวัดเชียงใหม่ พบสิ่งกฎหมายหลายรายการ อาทิ อาวุธปืน และสมุดบัญชีธนาคารพร้อมทั้งสินค้าแบรนเนมหลายรายการ และยังพบว่าชายดังกล่าวเป็นเจ้าของกิจการหลายอย่าง อาทิ เป็นเจ้าของสถานบันเทิง เปิดร้านขาย อุปกรณ์ตกแต่งรถมอเตอร์ไซต์ และ ร้านซ่อมมอเตอร์ไซต์บิกไบท์ และสถานบันเทิงดังกว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และถือหุ้นเป็นจำนวนมากที่สุด  ตลอดจนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบว่าเส้นทางการเงินของกิจการดังกล่าวเชื่อมโยงไปยังกลุ่มค้ายาเสพติด ของ หมื่่นจะดา ที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยผู้ต้องหาได้นำเงินดังกล่าวมาลงทุนทำธุรกิจ รวมทั้งซื้อทรัพย์สินหลายรายการ อาทิ บ้านพัก อาคารชุด รวมทรัพย์สินที่สามารถยึดได้มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

ที่ตรวจสารเสพติด

ส่วนเจ้าหน้าที่ให้การว่าผู้ต้องหาให้การปฏิเสทและให้การว่าทรัพย์สินทั้งหมดได้มาจากการประกอบธุรกิจ ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติด ที่ตรวจสารเสพติด ที่ได้กล่าวหามาทั้งหมด เจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะพูดความจริงเพราะไม่เชื่อ อายุเพียง 28 ปี เป็นเจ้าของกิจการหลายอย่างและมีเงินหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาท ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดตำรวจได้ทำการอายัดไว้ และจะทำการสวบสวนอย่างละเอียดต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.เรวัช ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดให้การว่ากลุ่มของหมื่นจะดา เป็นกลุ่มนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในฝั่งพม่าและได้ทำการยึดทรัพย์สินในเครือข่ายไปแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง รวมทรัพย์สินที่ยึดได้ทั้งหมด มูลค่า 1000 ล้านบาทแต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถสาวไปถึงคนผลิต ซึ่งเป็นตัวการใหญ่อยู่ในเขตประเทศพม่า

การตรวจยึดครั้งนี้ยังมีพื้นที่สวนส้มที่อยู่ในอำเภอฝาง จำนวน 120 ไร่ ซึ่งอยู่ในแนวเขตชายแดนเส้นทางลำเลียงยาเสพติด จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าน่าจะเป็นที่พักยาเสพติดสำคัญก่อนที่จะลำเลียงมายังภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ต่อไป

 

 

บทความเกี่ยวกับ ยาบ้า ยาไอซ์

ยาบ้า
ยาบ้า

ยาเสพติดประเภท ยาบ้า เป็นยาที่กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง   เมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายแล้วทำให้เกิดการกระตุ้นระบบของร่างกายและจิตอารมณ์  ซึ่งกระบวนการกระตุ้นของสารที่อยู่ในตัวยาบ้านั้นทำให้บุคคลนั้นไม่สามารถที่จะบังคับหรือควบคุมการใช้ร่างกายและจิตได้ ส่งผลให้มีการแสดงออกทางอารมณ์ ซึ่งบางครั้ง สารเสพติด บางชนิด เช่น ไอซ์ จะทำให้ความอยากอาหารลดลง และมีคนนิยมนำไปใช้ลดน้ำหนัก สำหรับกลุ่มนักแสดง หรือ สารที่อยู่ในยาบ้า เวลาเสพเข้าไปแล้วจะรู้สึกตื่นตัว ไม่ง่วงและสามารถทำงานได้อย่างไม่รู้สึกเหนื่อย จึงนิยมใช้กันในกลุ่มกรรมกรก่อสร้างตลอดจนคนขับรถบรรทุก

ส่วนยาที่มีส่วนประกอบที่นำไปใช้ผลิด ยาเสพติด นั้นอันแท้จริงแล้วมีการนำมาใช้ในการแพทย์เพื่อใช้รักษาโรคต่างๆ เช่น เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นที่อยู่ในระยะเฉียบพลัน แต่อย่างไรก็ตามการใช้ต้องมีการควบคุมพิเศษ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ

พิษของยาบ้าในระยะเฉียบพลัน มีอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ตกใจง่าย หัวใจเต้นแรงและเร็วคลื่นไส้ อาเจียน ประสาทหลอน กระวนกระวายเพ้อคลั่ง ชัก หมดสติหลอดเลือดในสมองแตก อาจตายได้ พิษของยาบ้าในระยะเรื้อรัง เมื่อใช้ยาเป็นเวลานานๆ จะทำให้ร่างกาย และจิตใจ ทรุดโทรม เนื่องจากไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ  ติดเชื้อโรคได้ง่าย หูแว่ว ประสาทหลอน ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ มีอาการทางจิตและประสาท ซึ่งปัจจัยดังกล่าวนั้นเป็นต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ หรือ ก่ออาชญากรรมโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง

นันท์นภัส SNMRC

 

 

ประวัติความเป็นมาของ ยาบ้า

ความเป็นมาของ ที่ตรวจยาบ้า 

0066

        ยาบ้า เป็นสารเสพย์ติดที่แพร่หลายไปทั่วโลก  มีต้นกำเนิดมาจากแอมเฟตตามีน  ปัจจุบันได้พัฒนาถูกทำให้เป็น Phenethylamine ในตำแหน่งของแอลฟา  กลายเป็น Alpha – methyl – Phenethylamine และพัฒนาให้การเก็บรักษาง่ายขึ้น

        สำหรับประวัติความเป็นมาของยาบ้าคือ ได้ถูกสังเคระห์ครั้งแรกในปี ค.ศ.1887 โดยนักเคมีชาวโรมาเนียและต่อมาได้ลดความนิยมลงจนกระทั่งปี ค.ศ.1914 นักเคมีชาวเยอรมันได้ค้นพบโมเลกุลนี้อีกครั้ง โดยการสกัดเป็นเซรั่ม เพื่อใช้ระหว่างสงคราม  ต่อมาได้มีการวิจัยและค้นพบคุณสมบัติของยาบ้าคือ สามารถใช้เป็นยาขยายหลอดลมได้ จึงได้จดสิทธิบัตรในปี ค.ศ.1932 เพื่อจะเปิดตัวในตลาดโลกและได้ทำการทดลองทางห้องปฏิบัติการ สมิช ไคน์ ภายใต้ชื่อสามัญ Benzedrine และได้กำหนดให้เป็น Bronchodilatateur 6 ในปี ค.ศ.1935

        ยานี้ได้ถูกใช้แพร่หลายในกลุ่มทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาได้มีการศึกษาพบว่า Benzedrine มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท ดังนั้นในปี ค.ศ.1971 จึงได้ประกาศให้เป็นยาที่ผิดกฎหมายและเป็นยาควบคุม สามารถใช้ได้ในบางกรณี  แต่อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันพบว่า ยังมีการใช้สารนี้ในพวกนักกีฬาเพื่อให้ทนต่อความเมื่อยล้า เพิ่มพละกำลังของร่างกาย อดทนมากขึ้น วิ่งได้เร็วมากขึ้น หรือใช้กับคนที่ต้องใช้แรงงานหนักๆ เช่น กลุ่มใช้แรงงานด้านอุตสาหกรรม คนงานก่อสร้าง คนขับรถสิบล้อ เป็นต้น และในประเทศฝรั่งเศสพบกลุ่มคนในช่วงอายุ 15-64 ปี พบว่าร้อยละ 1.7 มีการใช้ยาบ้าในชีวิตประจำวัน  และพบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มใช้ยาบ้ามากขึ้น ร้อยละ 1.5 เมื่อเทียบกับผู้ชาย  เหตุผลในการใช้ของผู้หญิงส่วนใหญ่ คือ เพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งยาตัวนี้จะเข้าไปมีผลต่อจิตประสาท  ส่งผลให้เกิดอาการประสาทหลอน และทำให้เกิดอาการไม่อยากกินอาการ นั้นคือลดความอยากลง ทั้งนี้ผลกระทบไม่ได้ส่งผลด้านดีมากนักเมื่อเทียบกับผลเสียอันมากมายที่ตามมา เมื่อผู้หญิงเสพติดเข้าไปแล้ว ร่างกายผอมจริง แต่ทรุมโทรมมากขึ้นๆ ขอบตาดำคล้ำขึ้นๆ ประสาทหลอน หวาดระแวงคนมาทำร้าย เก็บตัวแยกตัวจากสังคม ขาดสติ บางคนกระโดดตึกโดยไม่รู้ตัว เพราะคิดว่าตัวเองบินได้ เป็นต้น กับบางคนนั้นเมื่อเสพติดยาเกินขนาดเข้าไป ส่งผลให้ร่างกายช็อคหมดสติเสียชีวิตในที่สุด เมื่อมีผลเสียต่างๆมากมายเกิดขึ้นดังนั้นในปี ค.ศ.1970  จึงประกาศให้ยกเลิกการใช้ยาเสพติดกับประชาชนโดยทั่วไป

หากผู้ใดทำการค้าถือว่าผิดกฎหมาย  แต่ในวงการแพทย์ยังมีการใช้ยาเสพติดอยู่เพื่อประโยชน์ทางการรักษา ทั้งนี้ก็จะใช้ยาเสพติดในปริมาณที่ถูกควบคุมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น  การซื้อยาเสพติดเข้ามารักษาผู้ป่วยสำหรับโรงพยาบาลก็ต้องมีการควบคุมโดยกฎหมายเท่านั้น  หลังจากมีการควบคุมด้านกฎหมายออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ปัญหาเรื่องอาชญากรรมก็ลดลงมากขึ้น  ปัญหาเรื่องคนติดยาเสพติดจนไม่สามารถทำงานได้ ก็ลดลง ประชาชนกลับมารับผิดชอบต่อชีวิตตัวเองมากขึ้น  สังคมดูดีขึ้น ผลตามมาคือภาพรวมของประเทศก็ดีตามขึ้นมาด้วยเช่นกัน ส่วนผู้ที่เสพติดยังหลงเหลืออยู่ทางภาครัฐบาลก็มีการจัดตั้งสถาบันบำบัดผู้ติดยาเสพติดโดยตรงขึ้น เพื่อช่วยลดปัญหาผู้ที่ยังติดอยู่ต่อไป

ปัญหาสารเสพติด ของกระทรวงศึกษาธิการ

กระทรวงศึกษาธิการ

ยาเสพติด
วันต่อต้ายยาเสพติด

เอกสารของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ. 2540, หน้า 10) ประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ปัญหาสารเสพติดของกระทรวงศึกษาธิการ (ป.ป.ส,ศธ.) มีความเห็นว่า

กระทรวงสาธารณสุขควรร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ  ช่วยกันป้องกันและแก้ปัญหาสารเสพย์ติดในสถานศึกษาด้วย โดยเฉพาะยาบ้า และในทางปฏิบิติควรจะทุ่มงบประมาณไปที่ตัวเด็กเล็กมากกว่าเด็กโต  สถานศึกษาจะต้องสร้างระบบการดำเนินงานด้านการป้องกันสารเสพย์ติดให้เข้มแข็ง  พร้อมกับให้มีโครงการแนะแนวด้วย  และควรให้ทุกกรมตั้งงบประมาณไว้ในแผนงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพย์ติด โดยไม่ต้องแฝงอยู่กับงบประมาณอื่น  ดังนั้นแผนพัฒนาระยะที่ 8 ภายใต้เงื่อนไขของข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากร  จึงได้กำหนดนโยบายไว้ดั้งนี้คือ

  1. ให้สถานศึกษาทุกแห่งถือว่าการป้องกันและแก้ไขปัญหา การใช้สารเสพย์ติดในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญประการหนึ่งของการศึกษา ทั้งนี้ให้รวมถึงภาระหน้าที่ในการช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่ติด สารเสพติด ด้วย
  2. ให้ดำเนินการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนให้ครบวงจรนับตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตร สิ่อ วิธีสอนและกิจกรรมของสถานศึกษา เน้นการฝึกทักษะชีวิตที่จำเป็นของเยาวชนเพื่อผลทางการพัฒนาบุคลิกภาพและการตัดสินใจเลือกพฤติกรรม
  3. สนับสนุนให้สถานศึกษาทุกสังกัดจัดกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา ตลอดจนกิจกรรมทางเลือกอื่นๆ เน้นการให้เด็กและเยวชนใช้เวลาว่างไปในทางสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง ความมั่นคงทางอารมณ์และความสามัคคีในหมู่คณะ
  4. ส่งเสริมให้สถานศึกษาปรับปรุงสภาพแวดล้อมและบรรยากาศของสถานศึกษาให้เยาวชนได้พัฒนาทางด้าน ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญาเต็มที่
  5. ให้มีการพัฒนาระบบบริหารและจัดการตลอดจน สนับสนุนวิชาการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพย์ติดในสถานศึกษา เน้นการทำงานในระบบเครือข่ายเป็นสำคัญ

 

การสังเกตผู้ติดยาเสพติด

การสังเกตผู้ติดยาเสพย์ติด

คนติดยา
ข้อมูลจาก sopon.ac.th

 

เนื่องจากยาเสพย์ติดทั้งหลาย เมื่อเกิดการเสพย์ติดจะมีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของผู้เสพย์ ซึ่งทำให้มีลักษณะและความประพฤติของผู้เสพย์เปลี่ยนไปจากเดิมได้ ที่อาจสังเกตพบคือ

  • สุขภาพทรุดโทรม ซึ่งเป็นโทษโดยตรงของสารเสพย์ติดต่อร่างกาย เช่น ร่างกายซูบผอมกว่าปกติ ปวดประจำเดือน, ขอบตาดำคล้ำ , ริมฝากปากดำ , สายตาเลื่อนลอย , มีอาการเหม่อลอย, ฝันเหลือง
  • อารมณ์ฉุนเฉียว อารมณ์รุนแรง หงุดหงิดรุนแรง อาละวาด โวยวาย หรือเงียบขรึมผิดปกติ จึงมักพบผู้เสพย์ติดชอบทะเลาะและทำร้ายผู้อื่น หรือในทางลบกันแยกตัวอยู่โดดเดี่ยวและหนีออกจากพรรคพวก เริ่มมีอาการเบื่อสังคม ไม่อยากพูดคุยกับใครเก็บตัวในห้องคนเดียว ไม่กล้าสบตาใคร หวาดระแวงผู้คน มองโลกในแง่ร้ายมากๆ
  • การเปลี่ยนแปลงทางด้านการเรียน ถ้าผู้เสพย์ติดที่เป็นนักเรียนผลพบว่าไม่สามารถเรียนหนังสือได้ หรือผลการเรียนที่แย่ลง เด็กจะขาดสมาธิในการเรียน สติเลื่อนลอย ความทรงจำในการจดจำบทเรียนต่างๆ ค่อยๆลดลงมากขึ้น การเข้ากับสังคมเพื่อนๆ ก็ลดลงเช่นกัน กลายเป็นคนเก็บตัวเพื่อนน้อย ผลการเรียนตกต่ำอย่างเห็นได้ชัดเจน เมื่อเกิดปัญหากับผู้ปกครองในทุกสุดเด็กก็จะเลือกหนี้โรงเรียน หรือหนี้ออกจากบ้าน เพื่อไปอยู่ในที่ที่เขาคิดว่าสบายใจ คือกลุ่มผู้เสพยาด้วยกัน และเมื่อยิ่งเครียดแน่นอนว่า การเสพยาเสพติดก็มีโอกาสที่เพิ่มปริมาณยาที่เสพมากขึ้นไปด้วยเช่นกัน
  • การเปลี่ยนแปลงหากเป็นผู้ที่ทำงานก็พบว่า ประสิทธิภาพการทำงานลดลงมาก หัวหน้างานตำหนิบ่อยๆ ส่งงานไม่ทันตามเวลา ความจำสั้นลง มีอาการหลงลืมบ่อยๆ และหากเสพไปเรื่อยๆ จะทำให้ยิ่งลืมงานมากขึ้น จนทิ้งงานไป ในที่สุดอาจถึงขั้นปรับลดตำแหน่ง อาจถูกไล่ออกได้ในอนาคต แต่บางคนเมื่อเสพยาเสพติดแล้วจะเริ่มเบื่อหน่ายชีวิต เบื่อหน่ายการทำงาน และไม่ยอมไปทำงานได้เช่นกัน
  • ผู้เสพยาเสพติด มักชอบสวมแว่นกันแดดตลอดเพื่อต้องการซ่อนแก้วตาที่เบิกกว้าง หรือตาสู้แสงไม่ได้
  • ผู้เสพยาเสพติดชอบใช้เสื้อแขนยาวตลอดเวลาเพื่อปกปิดรอยฉีดยาตรงท้องแขนด้านในหรือรอยกรีดตรงท้องแขนด้านใน หรือรอยกรีดตรงต้นแขนด้านในเอาไว้
  • ติดต่อกับเพื่อน หรือสังคมแปลกๆใหม่ๆ เสมอๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกที่ติดยาด้วยกัน
  • มีลักษณะบุคลิกมีลับลมคมใน ไม่ทำตัวเปิดเผย หรือมักอยู่ในที่ลับตาคนอาจเพื่อต้องการซุกซ่อนหรือเสพย์ยา
  • มักขอเงินจากผู้ปกครองมากขึ้น หรือยืมเงินจากเพื่อนฝูงเสมอเพื่อนำเงินไปซื้อยาเสพย์ติด หากไม่ได้เงินจากทางใดทางหนึ่งแล้ว ผู้เสพยาเสพติดมักคิดถึงการขโมยของ ทั้งในบ้านของตนเอง และเพื่อนบ้าน ห้างสรรพสินค้า หรืออาจปล้น จี้ คนทั่วไปในที่เปลี่ยว ทั้งนี้ก็เพื่อนำเงินไปซื้อยาเสพติด
  • ผู้ติดยาเสพติดส่วนใหญ่เกิดจากคนที่มีปัญหาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่มีปัญหาทางครอบครัว ผู้ใหญ่ที่มีปัญหาการเงิน การทำงาน แฟน เบื่อหน่ายชีวิต ทุกคนจะมีอาการเศร้าหมองมาก่อนทั้งสิ้น เพราะเกิดจากความผิดหวัง จึงหันหายาเสพติดเพราะคิดว่าจะหายจากความทุกข์เหล่านี้ได้ อาการของผู้เสพจึงอาจะเป็นแบบ สุขบางทุกข์บาง คือสุขจากยา พอหมดฤทธิ์ยาก็กลับมานั่งทุกข์ เบื่อหน่าย แล้วก็ไปเสพยาใหญ่หมุนวนกันไปไม่มีที่สิ้นสุด